ผักสลัดมีอะไรบ้าง 8 พันธุ์ยอดนิยมในไทยพร้อมวิธีเลือกให้เหมาะกับเมนู

917
ใครบอกว่าการกินผักนั้นน่าเบื่อ? มาเปลี่ยนความคิดกันใหม่!
ใครบอกว่าการกินผักนั้นน่าเบื่อ? มาเปลี่ยนความคิดกันใหม่!

คำถามที่ดูเหมือนพื้นฐานอย่าง “ผักสลัดมีอะไรบ้าง” กลับเป็นคำถามที่หลายคนตอบไม่ได้ครบ แม้จะกินสลัดมาแล้วหลายปี เพราะเวลาเดินผ่านชั้นวางในซูเปอร์มาร์เก็ต ใบสีเขียวบางใบหยิก บางใบเรียบ บางใบแดง ทำให้ตัดสินใจไม่ถูกว่าควรหยิบพันธุ์ไหน ปัญหาที่ตามมาคือกินสลัดแล้วไม่อร่อย ไม่ใช่เพราะ ผักสลัด ไม่ดี แต่เพราะ เลือกพันธุ์ที่ไม่เหมาะกับเมนูที่ทำต่างหาก

บทความนี้จะตอบคำถามนั้นให้ครบในที่เดียว เริ่มจากเหตุผลว่าทำไมการเข้าใจพันธุ์ผักสลัดถึงสำคัญ ตามด้วยการแนะนำ 8 พันธุ์ผักสลัดยอดนิยมในไทย พร้อมจุดเด่นและเมนูที่เหมาะ ตบท้ายด้วยตารางเลือกพันธุ์ตามเมนู และคำถามที่คนถามบ่อยอย่าง “กินสลัดทุกวันดีไหม” หรือ “กินสลัดทำให้อ้วนหรือเปล่า” ที่หลายคนยังลังเล

ทำไมการรู้จักพันธุ์ผักสลัดถึงสำคัญกว่าที่คิด

หลายคนเข้าใจว่า “ผักสลัดก็คือผักใบเขียวกินดิบ” แต่ความจริงคือผักสลัดในตลาดมี คาแรกเตอร์ที่ต่างกันชัดเจน ทั้งความกรอบ ความหวาน ความขม ความนุ่ม และอายุการเก็บรักษา การเลือกพันธุ์ผิดกับเมนูที่ทำเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้คนล้มเลิกการกินสลัดที่บ้าน เช่น เอาใบนุ่มมาทำสลัดน้ำข้น ใบจะแฉะและหายกรอบทันที หรือเอาใบกรอบมาทำสลัดน้ำใสที่ต้องการความนุ่ม รสชาติก็ไม่กลมกล่อม

เมื่อเข้าใจหลักนี้แล้ว การเลือกผักสลัดในแต่ละครั้งจะกลายเป็นการ “ออกแบบจาน” ไม่ใช่แค่หยิบใส่รถเข็น และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการกินสลัดที่ อร่อยและกลับมากินซ้ำได้

รวม 8 พันธุ์ผักสลัดที่ขายในไทย พร้อมจุดเด่นแต่ละพันธุ์

ในกลุ่มผักสลัดที่ขายตามตลาดออร์แกนิคและซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำของไทย มีอยู่ประมาณแปดพันธุ์ที่พบได้บ่อยที่สุด แต่ละพันธุ์มี “ฟังก์ชั่น” ในจานต่างกัน เรียงจากที่คนไทยรู้จักมากที่สุดไปจนถึงพันธุ์เฉพาะกลุ่ม

กรีนคอส รสชาติคลาสสิคของสลัดซีซ่าร์

กรีนคอส หรือที่ชาวต่างชาติเรียกว่า Romaine Lettuce ใบยาวเรียวสีเขียวสดใส เนื้อใบกรอบและกึ่งหวานกึ่งจืด ก้านใบหนาให้สัมผัสคล้ายผักกาดขาว เป็นพันธุ์ประจำของสลัดซีซ่าร์ทั่วโลก เพราะรสชาติเข้ากับซอสครีมและพาร์เมซานได้ดีโดยไม่ขม จุดเด่นคือเก็บในตู้เย็นได้นาน 7-10 วันโดยยังกรอบ

บัตเตอร์เฮด ใบนุ่มหวานสำหรับมือใหม่

บัตเตอร์เฮด เป็นพันธุ์ที่เหมาะกับคนเพิ่งเริ่มกินสลัดมากที่สุด เพราะใบนุ่มเหมือนเนยตามชื่อ รสชาติหวานละมุน ไม่มีความขมเลย กินแล้วเหมือนกินผักใบบางๆ ที่มีความฉ่ำในตัว เหมาะกับสลัดน้ำใสที่ใช้น้ำมันมะกอกและน้ำมะนาว หรือกินคู่กับชีส ผลไม้ และโปรตีนเบาๆ ข้อจำกัดคือเก็บได้ไม่นานนัก ควรกินภายใน 4-5 วัน

ฟิลเลย์ ไอซ์เบิร์ก ความกรอบที่ใช้ได้ทุกเมนู

ฟิลเลย์ ไอซ์เบิร์ก เป็นลูกผสมระหว่างไอซ์เบิร์กกับใบหยิก ให้ทั้งความกรอบของไอซ์เบิร์กและใบที่หยิกฟูดูสวย รสชาติออกไปทางจืดเย็น ทำให้เป็น ผักอเนกประสงค์ ที่ใส่ได้ทั้งสลัด แซนด์วิช เบอร์เกอร์ จาน Wrap หรือกินคู่กับน้ำสลัดข้นๆ อย่างซีซ่าร์หรือฮันนี่มัสตาร์ดก็ไม่แฉะ ครัวร้านอาหารไทยใช้พันธุ์นี้เยอะที่สุดเพราะอายุยืน 10-14 วันในตู้เย็น

กรีนโอ๊ค ใบหยิกสีเขียวสดที่ครัวไทยคุ้นเคย

กรีนโอ๊ค เป็นพันธุ์ที่คนไทยน่าจะคุ้นตามากที่สุด ใบหยิกฟูเป็นเส้น สีเขียวอ่อนถึงเขียวสด รสชาติหวานเล็กน้อย ความขมต่ำมาก ใบนิ่มกำลังดี ทำให้เข้ากับน้ำสลัดได้ทุกแบบ เป็นพันธุ์ที่ควรมีติดบ้านสำหรับคนกินสลัดประจำ เพราะใช้ได้กับเมนูเย็นแทบทุกชนิด ไม่ว่าจะนำไปทำสลัดผัก สลัดผลไม้ หรือใส่ในแซนด์วิช

เรดโอ๊ค สีแดงสวยช่วยยกระดับจาน

เรดโอ๊ค เป็นพี่น้องคนละสีของกรีนโอ๊ค ลักษณะใบเหมือนกัน แต่สีเปลี่ยนเป็นเขียวอมแดงไปจนถึงม่วงแดงเข้มที่ปลายใบ คุณค่าทางอาหารสูงกว่ากรีนโอ๊คเล็กน้อย เพราะสีแดงเกิดจากสารต้านอนุมูลอิสระแอนโทไซยานิน เมื่อใส่จานจะ เปลี่ยนสลัดธรรมดาให้ดูเหมือนสลัดในร้านระดับโรงแรม ทันที

กรีนบัตตาเวีย ใบใหญ่กรอบสำหรับห่อ

กรีนบัตตาเวีย เป็นพันธุ์ที่อยู่ตรงกลางระหว่างไอซ์เบิร์กและบัตเตอร์เฮด ใบใหญ่ขอบใบหยักเล็กน้อย เนื้อใบทั้งกรอบและนุ่ม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นใบ “ห่อ” เนื้อย่าง หมูสับ หรือไส้กลาง สำหรับเมนูแบบ Lettuce Wrap ที่กำลังนิยมในกลุ่มคนคุมแคลอรี่ รสชาติออกหวานนิดๆ กินดิบได้สบาย

เรดบัตตาเวีย เวอร์ชันสีแดงของบัตตาเวีย

เรดบัตตาเวีย มีคุณสมบัติเหมือนกรีนบัตตาเวียทุกอย่าง แต่ใบมีสีเขียวอมม่วงแดง สวยกว่าและให้สารแอนโทไซยานินเพิ่ม ใช้แทนกันได้กับกรีนบัตตาเวีย แต่ในแง่หน้าตา เรดบัตตาเวียจะให้ภาพลักษณ์พรีเมียมและพีคในการถ่ายภาพอาหาร เหมาะสำหรับร้านที่เน้นภาพลูกค้าโพสต์โซเชียล

กรีนคอรัล ใบหยิกฟูสำหรับสลัดดูพรีเมียม

กรีนคอรัล ปิดท้ายด้วยพันธุ์ที่ใบหยิกที่สุดในกลุ่ม สีเขียวสดใส รูปทรงคล้ายปะการังตามชื่อ รสชาติออกฝาดเล็กน้อย แต่ความหยิกฟูทำให้เป็นพันธุ์ที่ “เก็บน้ำสลัด” ได้ดีที่สุด ใส่ในจานสลัดข้นๆ จะดูเต็มจานและรสชาติเข้มข้น ตัวเลือกอันดับต้นของเชฟที่อยากให้สลัดดูเป็น “จานหลัก” ไม่ใช่ของแถม

วิธีเลือกผักสลัดให้เหมาะกับเมนูที่ทำ

เมื่อรู้จักทุกพันธุ์แล้ว ขั้นตอนถัดไปคือแมตช์ให้ตรงกับเมนู ตารางสั้นๆ ด้านล่างคือคำแนะนำที่เชฟร้านสุขภาพในกรุงเทพใช้กันจริง

  • สลัดซีซ่าร์หรือสลัดน้ำข้น เลือก กรีนคอส หรือ ฟิลเลย์ ไอซ์เบิร์ก เพราะใบกรอบรับน้ำสลัดได้
  • สลัดน้ำใสหรือสลัดผลไม้ เลือก บัตเตอร์เฮด หรือ กรีนโอ๊ค ใบนุ่มหวานเข้ากับโทนเบาๆ
  • แซนด์วิช เบอร์เกอร์ Wrap เลือก ฟิลเลย์ ไอซ์เบิร์ก หรือ บัตตาเวีย ทั้งสองสี เพราะใบใหญ่และกรอบ
  • จานเน้นความสวยงาม เลือก เรดโอ๊ค เรดบัตตาเวีย หรือ กรีนคอรัล เพื่อสีและฟอร์มที่โดดเด่น
  • กินรวมหลายพันธุ์ Mixed Salad ผสม 3 พันธุ์ที่แตกต่างกันด้านสีและสัมผัสจะให้ผลลัพธ์ดีที่สุด

หลักง่ายๆ คือ เมนูเข้มเลือกใบกรอบ เมนูเบาเลือกใบนุ่ม และจานสวยใส่ใบสีแดง จำสูตรนี้ไว้ ครั้งหน้าซื้อผักสลัดจะมั่นใจขึ้นทันที

คำถามที่คนถามบ่อยเกี่ยวกับการกินสลัด

นอกจากคำถาม “ผักสลัดมีอะไรบ้าง” คำถามที่มักตามมาคือเรื่องการกินให้ได้ผลและไม่อ้วน ขอเก็บคำตอบสั้นๆ ที่ตอบบ่อยที่สุดมาไว้ในที่เดียว

  • กินสลัดทุกวันอ้วนไหม ตัวผักสลัดเองไม่ทำให้อ้วน เพราะใบหนึ่งจานให้ประมาณ 15-20 แคลอรี่ ส่วนที่ทำให้อ้วนคือน้ำสลัดและท็อปปิ้ง เช่น ครีม ชีส เบคอน ครูตอง ถ้าควบคุมตรงนั้น กินทุกวันก็ผอมได้
  • กินสลัดทุกวันดีไหม ดีถ้าสลับชนิด ใบเขียวให้สารอาหารต่างกัน การกินซ้ำชนิดเดียวต่อเนื่องนานเกินไปอาจทำให้ขาดสมดุลของวิตามินบางตัว แนะนำสลับ 2-3 พันธุ์ต่อสัปดาห์
  • ใยอาหารจากสลัดเพียงพอต่อวันไหม ผู้ใหญ่ควรได้ใยอาหารวันละ 25-35 กรัม สลัดจานใหญ่ให้ประมาณ 4-6 กรัม จึงต้องเสริมจากธัญพืชและผลไม้อื่นด้วย ไม่ใช่พึ่งสลัดอย่างเดียว

คำตอบเหล่านี้คือพื้นฐานที่ทำให้คุณ กินสลัดอย่างมีกลยุทธ์ ไม่ใช่กินตามกระแส

สรุป

ผักสลัดมีอะไรบ้างในไทย คำตอบคือมีอย่างน้อยแปดพันธุ์ที่ขายแพร่หลาย แต่ละพันธุ์มีบทบาทเฉพาะตัวที่ออกแบบมาเพื่อเมนูคนละแบบ ตั้งแต่กรีนคอสที่เกิดมาเพื่อสลัดซีซ่าร์ บัตเตอร์เฮดสำหรับมือใหม่ ฟิลเลย์ไอซ์เบิร์กที่ใช้ได้ทุกเมนู ไปจนถึงเรดโอ๊คและกรีนคอรัลที่ทำให้จานสลัดดูพรีเมียมขึ้นทันที สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่จำชื่อพันธุ์ทั้งหมด แต่คือการเข้าใจว่า “ใบไหนเหมาะกับเมนูไหน” เมื่อเลือกถูก รสชาติและความสุขในการกินสลัดจะเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด และนั่นคือวิธีที่จะทำให้สลัดอยู่ในจานคุณได้นานๆ ไม่ใช่แค่ช่วงเริ่มต้นของการดูแลสุขภาพ